ความสามารถของระบบ CCTV ที่ดี มีอะไรบ้าง

ความสามารถของระบบ CCTV ที่ดี มีอะไรบ้าง

ความสามารถของระบบ CCTV ที่ดี ในเรื่องความสารถทางด้านโปรแกรม หรือ Software ในการบันทึกและบริหารจัดการข้อมูลภาพ และฐานข้อมูลรวมถึงการแจ้งเตือน จนถึงความสามารถในการทำงานบนระบบเครือข่าย
ความสามารถของระบบบันภาพและบริหารจัดการที่ดี
1.สามารถให้ความละเอียดในการบันทึกได้เช่นกันกับภาพปัจจุบัน
ทุกวันนี้มีอุปกรณ์บันทึกภาพไม่น้อยเลย ที่เวลาแสดงภาพปัจจุบันแล้วให้รายละเอียดภาพในระดับที่ยอมรับได้ แต่เวลาที่เรียกดูภาพที่บันทึกไว้ภาพจะให้ภาพที่มีรายละเอียดต่ำทำให้ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ อุปกรณ์บันทึกภาพที่ดีต้องสามารถบันทึกได้ละเอียดหรือใกล้เคียงกับภาพปัจจุบัน
 
2.สามารถทำการส่งออกภาพออกไปเป็นหลักฐานได้ทั้งในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง
การนำภาพไปเป็นหลักฐานในสมัยก่อนที่ทำการลงม้วนเทป เวลาจะนำภาพออไปเป็นหลักฐาน ก็ต้องยกม้วนเทปออกไปหรือไม่ก็ต้องนำอุปกรณ์มาถ่ายโอนข้อมูล ซึ่งยุ่งยากพอประมาณแต่เมื่อการบันทึกเปลี่ยนมาเป็นใช้ฮาร์ดดิสค์ เราก็ไม่ต้องถอดฮาร์ดดิสก์ออกไปส่งตำรวจ แต่เรามีวิธีการนำภาพออกไปเป็นหลักฐาน หรือที่เรียกในทางเทคนิคว่า การ Export การ Export ภาพนั้นสามารถจะทำได้เป็นทั้งแบบภาพนิ่ง และแบบภาพเคลื่อนไหว(แบบที่เปิดได้ด้วยโปรแกรมดูภาพยนตร์ทั่วๆไป กับแบที่ต้องใช้โปรแกรมเฉพาะในการเปิดดูไฟล์) เมื่อทำการ Export ภาพแล้ว เราสามารถที่จะ เขียนข้อมูลเหล่านั้นลงบนอุปกรณ์บันทึกข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น SD – Card , Flash Drive , CD – R , DVD – R , DVD – RAM , Blue Ray Disc , External Hard Disk
ภาพวีดีโอหรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูก Export ออกมานั้น ควรจะมีระบบป้องกันการตัดต่อ หรือหากมีการตัดต่อก็ควรจะมีข้อความแจ้งเตือนว่าภาพวีดีโอนั้นมีการตัดต่อและเพื่อเพิ่มความปลอดภัยระบบที่ดีควรใส่รหัสผ่านก่อนเปิดดูไฟล์ได้ด้วย
 
3.การแจ้งเตือนเมื่อภาพวีดีโอมีการดัดแปลงแก้ไข
ถ้ามีผู้ตัดต่อภาพทำให้รายละเอียดของภาพเมื่อเทียบกับช่วงเวลานั้นเปลี่ยนแปลงไป โปรแกรมก็จะมีข้อความเตือนว่า “ ภาพนี้มีการตัดต่อ”
 
4.รองรับการเรียกดูภาพบันทึกและภาพปัจจุบันไปพร้อมๆกันได้ และสามารถส่งออกภาพไปเป็นหลักฐานได้พร้อมๆกัน โดยไม่ทำให้การแสดงภาพปัจจุบัน และการบันทึกเกิดขัดข้อง ( Pentaplex Operation)
- ดูภาพปัจจุบัน
-เรียกดูภาพบันทึก
-ส่งออภาพวีดีโอเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ซึ่งสำหรับ ในระบบ DVR แบบ Standalone ที่จะทำแบบนี้ได้ต้องสามารถรองรับการทำงานแบบ Triplex เป็นอย่างน้อย สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์มาก ในกรณีที่เกิดเหตุ เพราะจะต้องมีการระดมพลช่วยกันดูภาพเหตุการณ์ หากเป็นระบบที่มีคุณภาพไม่ดี จะไม่สามารถเรียกดูภาพบันทึกคลละเวลากันได้ จึงทำให้ช้า และเสียเวลาเป็นอย่างมาก
ในระบบ Standalone นั้น หากมีการบันทึกภาพ ก็มักมีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่ากำลังบันทึกอยู่ หรือหากการบันทึกหยุดลงสัญลักษณ์ก็จะหายไป ซึ่งเป็นการแจ้งให้ทราบว่าขณะนี้ระบบไม่ได้บันทึกภาพอยู่ ซึ่งการหยุดการบันทึกนั้นอาจเกิดจาก การใช้งานที่เป็นข้อจำกัดของแบบ Simplex และ Duplex เองที่ว่าภาพจะหยุดบันทึกในขณะที่มีการเรียกดูภาพบันทึก
ส่วนแบบ PC Base นั้น มักรองรับการทำงานแบบ Pentaplex ซึ่งทำได้ หลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการดูภาพบันทึก การนำภาพออกเป็นหลักฐาน การดูภาพปัจจุบัน การดูภาพผ่านเครือข่ายจึงมักไม่พบที่มีเครื่องหมายแสดงการบันทึก
 
5.สามารถตั้งค่าการบันทึกได้เป็นอิสระต่อกันในแต่ละช่องสัญญาณ
มีประโยชน์ในกรณีที่ต้องการประหยัดพื้นที่ในการบันทึกเพราะอาจมีบางพื้นที่ที่ไม่ต้องการความละเอียด และรายละเอียดการเคลื่อนไหวที่มากนักจึงสามารถทำการบันทึกที่ความละเอียดต่ำได้ ส่วนพื้นที่สำคัญก็ทำการบันทึกที่รายละเอียดสูงได้อย่างอิสระต่อกัน
 
6.สามารถตั้งตารางเวลาการบันทึกได้
Schedule Record : เป็นการตั้งเวลาในการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าการบันทึก เช่นเพิ่มลดรายละเอียดของการบันทึก วันจันทร์ – วันศุกร์ ที่เป็นเวลาปฏิบัติงาน ให้ทำการบันทึกที่ความละเอียด 1280x960 หรือ SXGA ส่วนวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ที่เป็นวันหยุด ให้ทำการบันทึกที่ความละเอียด 352x288 หรือ ระดับ CIF เป็นต้น
 
7.สามารถตั้งค่าการตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ (VMD :Video Motion Detection)
การตั้งค่าการตรวจจับการเคลื่อนไหว โดยใช้สัญญาณภาพนั้น มีประโยชน์เช่นเดียวกันกับการใช้ การแจ้งเตือนด้วยหน้าสัมผัส แม้ว่าจะแม่นยำสู้ไม่ได้ แต่ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะไม่ต้องเดินสายเพิ่มเติม
การตั้งค่าการตรวจจับการเคลื่อนไหวนั้น โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้คือ
- กำหนดพื้นที่
- กำหนดระดับความไวของการเคลื่อนไหวให้เหมะสมกับสิ่งที่ตรวจจับ
- กำหนดขนาดของวัตถุให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะตรวจจับ เช่นจะตรวจจับคน ก็ควรจะตั้งขนาดให้เหมาะสมกับขนาดของคน
การตั้งค่าการตรวจจับการเคลื่อนไหวนั้นมีประโยชน์มาก เช่น
- นำไปใช้สั่งให้ระบบบันทึกภาพเมื่อมีเหตุการณ์การบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ตรวจจับ เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ
- แจ้งเตือนไปยัง Email ที่ได้กำหนดไว้
- แสดงตำแหน่งของกล้องนั้นๆ บนแผนที่
- สั่งให้แสดงภาพของกล้องนั้นๆ ขึ้นมาบนหน้าจอ แม้ว่าขณะนั้นจะทำการดูภาพจากกล้องอื่นอยู่ก็ตาม
- สั่งให้มีการบันทึกที่ความละเอียดสูงขึ้น
- สั่งให้กล้อง PTZ จับภาพไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ เช่น ในภาวะปกติกล้อง PTZ จับภาพตำแหน่งอื่นอยู่ แต่เมื่อมีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่กำหนด เราสามารถที่จะกำหนดให้กล้อง PTZ จับภาพมายังตำแหน่งที่เกิดเหตุการณ์ได้ และเมื่อเกินเวลาการแจ้งเตือนที่กำหนดไว้ก็สามารถทำให้กล้องกลับไปจับภาพตำแหน่งปกติได้
โดยทั่วไปแล้วหากมีการตั้งค่าการบันทึกแบบ Motion นั้นมักมีลัญลักษณ์แสดงให้ทราบ ซึ่งมักเป็นรูปคนวิ่งหรือ วงสีแดงรอบวัตถุที่เคลื่อนไหว แต่การตั้งค่าแบบ Motion นั้นจะต้องมีการใช้ทรัพยากรของเครื่องที่มากขึ้น หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำเพราะทุกวันนี้ เทคโนโลยีการบันทึกนั้นก็แทบจะบันทึกเฉพาะส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาพอยู่แล้ว หากมีพื้นที่ฮาร์ดดิสก์มากพอ ก็ไม่แนะนำให้ทำการบันทึกด้วยวิธีนี้ เพราะอาจเกิดการผิดพลาดไม่บันทึกขึ้นได้
 
8.Video Analytic : การตรวจจับวัตถุต้องสงสัยโดยการวิเคราะห์ภาพ
นอกจากนี้ระบบ CCTV ที่ดีควรที่จะรองรับการแจ้งเตือนโดยไม่ใช้อุปกรณ์ตรวจจับอื่นเพิ่มเติมแต่ใช้ภาพที่ตรวจจับได้มาวิเคราะห์ซึ่งเรียกว่า Video Analytic หรือ VA , หรือ Content Analytic หรืออาจจะเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ผู้ผลิต แต่สากลแล้วเรียก VA , VA นั้นเป็นการพัฒนาที่สูงขึ้น VMD